บทที่ 4 ตอนที่ 2 คือนาง...ไม่ผิดแน่!

“อย่างนั้นหรือ?” มุมปากได้รูปหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน หลิวไท่หยางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ใต้หล้าจะมีคนใบหน้าเหมือนกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

แม้ไร้ซึ่งลมปราณ กิริยาแตกต่าง ทว่าน้ำเสียงเล่า?

ชายหนุ่มยืดกายขึ้น พาร่างสูงสง่ากลับไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เปี่ยมเสน่ห์ชวนสะท้านทั่วห้องโถง สาวใช้จิ้มลิ้มสองคนที่คอยรับใช้เบิกตามองอย่างหลงใหล รีบโบกพัดเอาอกเอาใจ

หลิวไท่หยางนิ่วหน้าอย่างรำคาญ เขาสนใจเพียงนาง

“ซิงเยว่...” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเนิบนาบ “ต่อไปเปลี่ยนเป็นชื่อนี้แล้วมารับใช้ข้าอย่างใกล้ชิด”

ทาสสาวเจ้าของนามใหม่ได้ยินพลันเบิกตา

สาวใช้พริ้มเพราทั้งสองที่ขนาบข้างขมวดคิ้วฉงน ลอบมองหลิวไท่หยางอย่างไม่เชื่อสายตา

อะไรนะ?

ซิงเยว่มิคาดฝันว่าจะได้ใช้ชื่อที่ตนบังเอิญคิดขึ้นเพราะชมชอบอย่างไร้เหตุผล ทั้งยังได้ย้ายตัวออกจากเรือนทาสเก่าคร่ำ ได้เลื่อนขั้นเป็นสาวใช้ข้างกายนายน้อย

โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...

สาวใช้นางหนึ่งชักสีหน้าปั้นปึ่งแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวกล่าววาจาที่บรรจุโทสะไว้เต็มท้อง นางมีนามว่าจิ่นอิ่ง

“นอกจากไม่ถูกลงโทษข้อหาที่ทำร้ายม่านเหนียง ยังได้ขยับฐานะรวดเร็ว ช่างน่าริษยาเสียจริง”

จิ่นอิ่งทำทีคุยกับสาวใช้อีกนางนามว่าจิ่นอ้าน หาได้คุยกับบุคคลที่สามไม่ สายตาของนางมิได้สนใจซิงเยว่สักนิด ทว่าวาจาแข็งกร้าวที่กระทบกระเทียบเช่นนั้นกลับชัดเจนโดยมิต้องคาดเดา ว่านางกล่าววาจาเกรี้ยวกราดกับผู้ใด

จิ่นอิ่งกับจิ่นอ้านนั่งอยู่ด้วยกันบนเตียงในห้องรวมฝั่งตะวันตกของเรือนหลัก ซึ่งเป็นเรือนพำนักของเจ้านายหนุ่ม

“เจ้าจะอิจฉาไปไย จะอย่างไรก็เป็นแค่สาวใช้เช่นกัน รอให้นางย้ายจากห้องรวมฝั่งตะวันตกไปนอนร่วมเตียงกับนายน้อยฝั่งตะวันออกก่อนปะไร ค่อยริษยา หึ!”

จิ่นอ้านแค่นเสียงหยันต่อคำกับจิ่นอิ่งอย่างไร้การปกปิดความเกลียดชังที่มีต่อสตรีผู้เป็นหัวข้อสนทนา             นางปรายตาเหยียดไปทางซิงเยว่ปราดหนึ่งก่อนกล่าวอีกว่า

“นายน้อยหลิวของพวกเรามีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือสามัญยิ่งนัก ฐานะหรือยังร่ำรวย อำนาจสูงส่งปานนั้น เป็นที่หมายปองของบรรดาสตรีทั่วเมือง สุนัขหิวโซบางตัวจึงคิดเพ้อฝัน อยากอาศัยปีนป่ายขึ้นที่สูงอย่างโง่เขลา”

“จะมีวันนั้นหรือ?” จิ่นอิ่งยิ้มเยาะ “เฮอะๆ เจ้ามิใช่งามกว่านาง กิริยามารยาทถูกใจนายน้อยมากกว่านางรึ?”

เมื่อถูกสหายชื่นชมต่อหน้า จิ่นอ้านก็ยกยิ้มงดงามอย่างลำพองตน

“คนที่จะได้รับความโปรดปรานที่สุด ได้รับอนุญาตยินยอมให้ปรนนิบัติยามค่ำคืน ย่อมเป็นข้าอยู่แล้วล่ะนะ สุนัขตัวอื่นอย่าได้ฝันเฟื่อง! รอจนเน่าตายไปเถอะ!”

“ตายจริง หึๆ”

สิ้นเสียงต่อคำเหล่านั้น เสียงหัวเราะขบขันเผยแววเหยียดหยันถากถางของพวกนางพลันดังครืน

จิ่นอิ่งกับจิ่นอ้านเป็นสตรีที่งดงามหยาดเยิ้มที่สุด พวกนางมักจะถูกเรียกใช้ให้ประจำข้างกายนายน้อยหลิวมาโดยตลอดจึงไม่จำเป็นต้องปั้นหน้ายิ้มหวานใส่สาวใช้ด้วยกันแต่อย่างใด รอยยิ้มละมุนละไมพร่างพราวของพวกนางมีไว้เพื่อนายน้อยหลิวเท่านั้น

และแน่นอนว่าสุนัขตัวอื่นที่ถูกพาดพิงอย่างเดียดฉันท์ย่อมเป็นซิงเยว่ บุคคลที่สามที่นั่งเงียบสงบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งอยู่บนเตียงอีกฝั่งหนึ่งของห้องรวมแห่งนี้

ตั้งแต่ตื่นลืมตาขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ว่างเปล่า ได้ยินประวัติความเป็นมาของตนคร่าวๆ จากหัวหน้าค้าทาส ซิงเยว่ก็รู้แล้วว่าชั่วชีวิตคงถูกลิขิตให้มืดมนไร้หนทางอื่นให้เลือกเดิน

ทว่า....นางจำเป็นต้องอดทนให้คนระดับเดียวกันเหยียดหยันหรือไร?

คำตอบคือ ไม่!

ดวงตาโฉบเฉี่ยวทอประกายวาบคมปลาบปราดหนึ่ง ซิงเยว่กระตุกยิ้มมุมปากเยียบเย็น

เนื่องจากห้องพักแห่งนี้มิได้ใหญ่ เตียงนอนเล็กๆ ยังตั้งเรียงรายใกล้กัน ซิงเยว่ผู้มีเลือดลมรุ่มร้อนจึงลุกพรวด ก้าวเท้าเพียงปราดเดียวก็จับศีรษะของสาวใช้สองคนกระแทกใส่กันได้ถนัดถนี่

ปึก!

เสียงกะโหลกกระทบกันดังลั่นจนห้องหมุน ซิงเยว่ยังยกเท้าเตะทั้งสองอย่างแรง เกิดเสียงดังพลั่กดังลั่น

จิ่นอิ่งกับจิ่นอ้านกลิ้งตกเตียงหัวคะมำ

ทั้งสองกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “กรี๊ด...” ลนลานลุกนั่งบนพื้นห้องเย็นเฉียบสลับกันด่าทอ

“เจ้า! นังทาสชั้นต่ำ!”

“เจ้ากล้าตีพวกข้ารึ? นังสุนัขสกปรก ตายเสียเถอะ!”

ซิงเยว่ยืนเท้าสะเอว ร่างระหงโดดเด่นแผ่กลิ่นอายเฉพาะกายบางอย่างออกมา นางคำรามท้าทาย “เข้ามา! อย่ามัวเห่าเอาแต่หอน นังพวกปากสุนัขเน่า หน้าอัปลักษณ์ เหม็นกลิ่นสาบสาง!”

วาจาหยาบคายแสบสันกระชากใจสูบวิญญาณคนเช่นนั้น สาวใช้สองนางที่ชมชอบการประพฤติตัวสูงส่งประหนึ่งว่าตนเป็นคุณหนูมาโดยตลอดทั้งยังไม่เคยมีใครกล้าถกเถียงตนกลับไหนเลยจะรับมือได้

พวกนางจึงเอาแต่เบิกตาอ้าปากพะงาบ ๆ

“เจ้า...เจ้า”

ซิงเยว่เข้ากระชากหัวทั้งสองอีก “พล่ามอยู่ได้ รำคาญยิ่ง”

“กรี๊ดดดดดด...”

“อ๊ายยยย...”

“ผมข้า โอ๊ย! นังซิงเยว่! ผมข้า”

“ปล่อยนะ นังหมาป่าซิงเยว่ ปล่อย อ๊า!”

ซิงเยว่ไหนเลยจะสนใจเสียงทัดทาน นางยังคงกระโจนตัวอย่างหมายมาดถลกหนังหัวสตรีทั้งสองอย่างเลือดเย็น

เสียงตบตีกันพลันดังสนั่น ลั่นสะเทือนเรือนพัก 

ไม่นาน พ่อบ้านเหิงที่ได้รับรายงานก็แทบกระอักเลือด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป